fbpx
blank

คาถาบูชาพระสีวลี

คาถาบูชาพระสีวลี
โชคลาภคูณทวี มั่งมีศรีสุข

สวด 3 จบ 5 จบ หรือ 9 จบ สวดภาวนาประจำโชคลาภเงินทองมีมาไม่ขาดสาย

สีวะลี จะ มะหาเถโร เทวะตา นะระปูชิโต
โส ระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตัง สะทา
สีวะลี จะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต
โส ระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตัง สะทา
สีวะลี เถระคุณัง เอตัง สะวัสดิลาภัง ภะวันตุ เม


คำบูชาขอลาภพระสีวลี
(ประจำวัน)

คนเกิดวันอะไร ก็ให้สวดวันนั้น เป็นประจำทุกวัน เสริมโชคลาภ เงินทอง

วันอาทิตย์ (ให้ภาวนา ๖ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันจันทร์ (ให้ภาวนา ๑๕ จบ)

ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันอังคาร (ให้ภาวนา ๘ จบ)

ฉิมพะลี จะมหาเถโร โสะโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ

วันพุธ (ให้ภาวนา ๑๗ จบ)

ทิตติตถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สารัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา ฯ

วันพฤหัสบดี (ให้ภาวนา ๑๙ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทา ฯ

วันศุกร์ (ให้ภาวนา ๒๑ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะรปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทาฯ

วันเสาร์ (ให้ภาวนา ๑๐ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ ฯ


คาถาบูชาพระสีวลี
ในคาถามหาจักรพรรดิ

สีวลี จะ มะหาเถรัง
อะหัง วันทามิ ทูระโต


คาถาบูชาพระสีวลี
ในพระคาถาชินบัญชร มีดังนี้

พระคาถาบนนี้ เป็นการอัญเชิญ พระอริยสงฆ์เถระทั้ง 5 องค์มาประดิษฐานที่หน้าผาก คือ พระปุณณะ พระองคุลีมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลีเถระ ผู้มีลาภมาก

ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะ สีวลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ.


คาถาหัวใจพระสีวลี

คาถาบทนี้ใช้เสกน้ำล้างหน้า จะประสบโชคลาภ เจรจาค้าขายสำเร็จ

นะ ชาลีติ ปะสิทธิลาภา


คาถาหัวใจเศรษฐี

“อุ อา กะ สะ”

อุ มาจาก อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ขยัน พากเพียร พยายาม ไม่ลดละ มีความอุตสาหะในการหาเลี้ยงชีพที่สุจริต ไม่เกียจคร้าน ไม่ท้อแท้สิ้นหวัง หมดหวัง กระตือรือล้นอยู่เสมอ

อา มาจาก อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือการดูแลบำรุงรักษาทรัพย์สินที่หามาได้ ไม่ให้สูญหาย เสียหาย

กะ มาจาก กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนที่ดี มีความรู้ดี ชักชวนแนะนำไปทางที่ดี ประคับประคอง ป้องกัน และให้มีสติ ปัญญา เป็นกัลป์ยาณมิตร

สะ มาจาก สมชีวิตา การใช้ชีวิตที่เหมาะสม พอเหมาะ พอดี รู้จักกำลังของตนเอง ไม่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยเกินตัว ไม่ใช้เกินฐานะ ความสามารถ จนเป็นหนี้สินล้นตัว


ประวัติพระสีวลีเถระ
ผู้เลิศในทาง มีลาภมาก

พระสีวลีเถระ หรือ พระสีวลี เป็นพระภิกษุสาวกเอตทัคคะของพระพุทธเจ้า นับเนื่องในพระอสีติมหาสาวก 80 องค์สำคัญในพระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาล

พระสีวลีเถระเป็นเจ้าชายในโกลิยวงศ์ ออกบวชในสำนักพระสารีบุตร บรรลุพระอรหันต์ในขณะที่ปลงเกศานั่นเอง และหลังจากผนวช ท่านเป็นผู้มีลาภสักการะมากด้วยกุศลกรรมที่ทำมาแต่อดีต ด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทาง ผู้มีลาภมาก

ชาติกำเนิด

พระสีวลีเถระ เป็นพระโอรสของพระนางสุปปวาส ผู้เป็นพระราชธิดาของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงโกลิยะ อยู่ในพระครรภ์ถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน เมื่อทรงพระครรภ์ทำให้พระมารดาสมบูรณ์ด้วยลาภสักการะมาก เมื่อประสูติก็ประสูติง่ายด้าย พุทธานุภาพที่ทรงพระราชทานพรว่า “ขอพระนางสุปปวาสาจงมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระราชบุตรผู้ไม่มีโรคเถิด”

เมื่อประสูติและพระประยูรญาติขนานถวายพระนามว่า สีวลีกุมาร ในวันที่นิมนต์พระพุทธเจ้ามาเสวยภัตตาหารตลอด ๗ วัน สีวลีกุมารก็ได้ถือธมกรกรองน้ำถวายพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ตลอด ๗ วัน

เมื่อเจริญวัย ท่านได้ออกผนวชในสำนักพระสารีบุตร ได้บรรลุอรหันตผลในเวลาปลงเกศาเสร็จ จากนั้นมาท่านสมบูรณ์ด้วยลาภสักการะไม่ขาดด้วยปัจจัย ๔ ทั้งปวง ด้วยเหตุนี้จึงได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทาง ผู้มีลาภมาก

ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาไม่ระบุว่าท่านดับขันธปรินิพพานที่ใด แต่ท่านคงดำรงขันธ์อยู่พอสมควรแก่กาลจึงปรินิพพาน

พระสีวลีเถระผู้บันดาลโชคลาภ

เนื่องจากพระสีวลีเถระเป็นพระอรหันต์ที่ได้รับการเป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางผู้มีลาภมาก คนไทยเชื่อว่าผู้ใดได้บูชาพระสีวลีเถระแล้ว จะได้รับโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา ซึ่งคนไทยก็เชื่ออีกว่าเคยมีผู้หนึ่งเคยได้รับมาแล้วในสมัยพุทธกาลก็คือ มีหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเกิดในตระกูลพ่อค้ามีนามว่า สุภาวดี นางได้เลื่อมใสศรัทธาพระพุทธศาสนา และนับถือพระสีวลีเถระเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อแม่นางได้ฟังธรรมจนลึกซึ้ง พระสีวลีก็ให้ศีลและให้พรว่า”จงเจริญรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สิน เงินทองจากการค้าขาย เงินทองไหลมาเทมาสมความมุ่งมาดปรารถนาด้วยเถิด”

หลังจากที่นางสุภาวดีได้รับพรจากพระสีวลีเถระแล้ว ไม่ว่านางและผู้เป็นบิดามารดาจะไปค้าขายที่ใด ก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีแต่กำไรหลั่งไหลเข้ามาทุกครั้งไป ซึ่งนางสุภาวดีนั้นได้เป็นที่รู้จักของคนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งก็คือนางกวักนั่นเอง

SHOPPING CART

close
blank
blank
0