fbpx
-6%
,

คู่มือมนุษย์ เล่ม ๕ เบญจขันธ์ (คนเราติดอะไร)


รหัส isbn 978-616-704-778-2
ขนาดสินค้า 14.5 x  21.0  เซ็นติเมตร
กระดาษใช้พิมพ์ ปอนด์
ความหนา 70  แกรม
น้ำหนัก 130  กรัม
สีหมึกพิมพ์ 4  สี
จำนวนหน้า 80  หน้า
ราคาปก 48  บาท

45฿ 48฿

กรณีมีพิมพ์รายชื่อเจ้าภาพ

ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรงค่ะ

โทร. 062-192-8936 082-684-7223

blank

สั่งซื้อไม่มีรายชื่อ หยิบใส่ตะกร้า

รายละเอียดเนื้อหาภายในประกอบด้วย
เบญจขันธ์ : คนเราติดอะไร
๑. พุทธศาสนาสอนให้ดู “โลก” ตามเป็นจริง เพื่อละทิ้งอุปาทาน
– “โลก” คือ สิ่งที่ยึดมั่นมากที่สุด
– “โลก” เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก โดยมากรู้เพียงผิวเผิน
– “โลก” จำแนกเป็น ๒ คือ โลกที่เป็นวัตถุ และโลกที่เป็นนาม
– มนุษย์ สัตว์ คือโลกที่ประกอบด้วยรูป นาม ครบ ๕
– คนคือต้นตอปัญหาของโลก ศึกษาคนอย่างเดียว ก็จะเข้าใจปัญหาทั้งหมด
๒. มนุษย์มีส่วนประกอบครบ ๕ ขันธ์
– “เวทนา” ความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ ย่อมเกิดกับทุกคนทุกขณะ ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
– “สัญญา” ความรู้สึกตัว กำหนดสิ่งต่างๆ ได้ว่าอะไรเป็นอะไร
– “สังขาร” มีหลายความหมาย แต่ในขันธ์ ๕ หมายถึง ตัวความคิด
– “วิญญาณ” คือ จิตที่ทำหน้าที่รับรู้อารมณ์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
– คำว่า “โลก” ไม่มีอะไรมากกว่าขันธ์ ๕
– รู้แจ้งขันธ์ ๕ จึงรู้แจ้งทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ และวิธีดับทุกข์
๓. เพราะหลงยึดในขันธ์ ๕ จึงเกิดทุกข์ ทุกข์ดับเพราะรู้แจ้งขันธ์ ๕
– การยึดรูปขันธ์เป็นตัวตน จัดเป็นอุปาทานขั้นต่ำสุด
– การยึดมั่นในเวทนา คือ ยึดมั่นในอารมณ์ที่เป็นสุข
– เพราหลงในอารมณ์ที่เป็นสุข จึงยึดเวทนาเป็นตัวตน
– เมื่อยึดมั่นในเวทนาที่ชอบหรือชัง ก็เป็นที่ตั้งแห่งความทุกข์ทั้งนั้น
– จิตฟูแฟบตามเวทนาที่ยึดมั่น ชื่อว่าเป็นทุกข์เท่ากัน
– การยึดถือเวทนาขันธ์ว่าเป็นตัวตน เป็นไปได้ง่ายกว่าขันธ์อื่นๆ
– เวทนาเป็นเรื่อวใหญ่ ถ้ารู้และเข้าใจ คลายยึดมั่น ก็เป็นสุขได้
– โลกยุ่งยากเพราะอยากได้สุขเวทนา
– เทวโลก และ พรหมโลก ก็ตกอยู่ภายต้สุขเวทนา
– “สัญญา” เป็นผลของการปรุงแต่งตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตัวตน
– “สังขารขันธ์” คือ ความคิดดีก็ตาม ความคิดชั่วก็ตาม ถูกยึดถือว่าเป็นตัวตนมากที่สุด
– พุทธศาสนาบัญญัติ “สังขาร” หรือความคิดเป็น “อนัตตา”
– เพราะไม่มีควาามเข้าใจเรื่องนามธรรมเพียงพอ จึงหลงยึดมั่นว่าเป็นตัวตน
– “วิญญาณขันธ์” ซึ่งทำหน้าที่รู้แจ้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็ถูกยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน
– รู้จักขันธ์ ๕ แบบแยกส่วนได้ ก็รู้จักความเป็นอนัตตาของโลก
– การคิดตามหลักเหตุผล ละความเป็นตัวตนไม่ได้ ต้องศึกษาตามหลักสิกขา ๓ เท่านั้น
๔. ถ้ารู้แจ้งตามเป็นจริง อุปาทานก็สลาย ตัณหาก็ไม่เกิด ทุกข์ก็ดับ
๕. เพิกถอนความยึดมั่นโดยสมมติ โดยบัญญัติ โดยปรมัตถ์ได้ ใจก็ไม่เป็นทาสกิเลส สิ้นทุกข์
– ความยึดถือตัวตนเกิดเมื่อใด ความเห็นแก่ตัวก็เกิดตามมา
– เพราะหลงยึดติดสมมติ ความคิดจึงผุดว่ามีตัวตน
– ถ้าเข้าใจสมมติ ก็ยุติการถูกหลอก
– เมื่อเพิกถอนสมมติได้แล้ว ยังมีชั้นบัญญัติที่ต้องเพิกถอนอีกชั้นหนึ่ง
– เมื่อไม่ติดอยู่เพียงชั้นบัญญัติแล้ว จะเข้าถึงชั้นปรมัตถ์ เห็นสิ่งทั้งปวงว่างจากตัวตน
– เมื่อเห็นสิ่งทั้งปวงเป็นความว่างจากตัวตนแล้ว อุปาทานว่าคน ว่าธาตุ ว่าขันธ์ ก็หมดไป
– ถอดถอนอุปาทานจนถึงความว่างจากตัวตนได้ ไม่ต้องตกเป็นทาสของกิเลสอีกต่อไป
– ความสุขทางโลก คือ ความทุกข์ที่ซับซ้อนเร้นลับ
แวะเล่าชาดก : “ความลับ” ไม่มีในโลก
– สีหจัมมชาดก ว่าด้วยลาปลอมเป็นราชสีห์
ธรรมะสวัสดี : ปาก ๓ ประเภท
รู้ทันทุกข์ แล้วไม่ทุกข์

SHOPPING CART

close
blank
blank
0